Father on PhotoPeach
วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Journals 3
Journals
รายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน อังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย นางสาวภารตี หนูสังข์
รหัสนิสิต 5210602320
-------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะอาจารย์ เช้านี้อากาศดีมากค่ะ แต่ว่าวันนี้หนูซวยตอยเช้าค่ะ ตอนเดินไปเรียนส้นรองเท้าดันหักซะงั้น แง้ๆๆ แทบร้องค่ะ เพื่อนแอบแซวว่าต้องลดน้ำหนักซะแล้ว อิอิ เข้าเรื่องเรียนกันดีกว่าค่ะ
วันนี้เริ่มต้นเรียนกับอาจารย์อินทิราเช่นเดิม ความรู้ที่ได้วันนี้ คือ
ประเภทของรูปภาพ ภาพกราฟฟิกแบบ Raster Bitmap เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลายๆสีที่เรียกว่า Pixel เมื่อขยาย ลด อาจจะเห็นภาพแตกเป็นสี่เหลี่ยม และ ภาพแบบ Vector เหมาะกับการใช้งานด้านกราฟฟิกและงานด้านการพิมพ์ เกิดจากการอ้างความสัมพันธ์ทาวงคณิตศาสตร์ ภาพประเภทนี้เมื่อทำการขยายแล้วจะไม่แตก เพราะมีความละเอียดสูง
ค่าความละเอียดของสี RGB color ที่ประกอบด้วย Red Green และก็ Blue ซึ่งมีทั้งหมด 16 ล้าน เฉดสี สามารถนำไปใช้ในงานพิมพ์ต่างๆ งานด้านภาพยนตร์ และต่อมาคือ CMYK color CMYK (Cyan Magenta Yellow key) ซึ่งใช้กับหมวดงานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และสีอาจไม่สดใส เท่ากับโหมด RGB
รูปแบบไฟล์ภาพ
- BMP เป็นไฟล์มาตรฐานของ Windows
- JPEG ขนาดภาพเล็ก เก็บข้อมูลสีได้ถึงระดับ 24 bits/pixel (16 ล้านเฉดสี)
- GIF พัฒนาโดย Compuserve สามารถใช้งานข้ามระบบได้ เป็นไฟล์ต่ำ มีคุณสมบัติคือทำพื้นที่ของ ภาพเป็น Transparent ได้ มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเป็นจำนวนมาก
- PNG ไฟล์ภาพประเภทนี้จะเป็นการรวมเอาข้อดีของไฟล์ภาพประเภท JPEG + GIF รวมกัน คือ แสดงสีได้เยอะ สามารถทำงานข้ามระบบได้ ทำพื้นหลังโปร่งใสได้ ขนาดไฟล์มีขนาดเล็ก มีความ คมชัดดีกว่า แต่มีข้อเสียอยู่คือมีโปรแกรมสนับสนุนในการสร้างน้อย
- BMP เป็นไฟล์มาตรฐานของ Windows
- JPEG ขนาดภาพเล็ก เก็บข้อมูลสีได้ถึงระดับ 24 bits/pixel (16 ล้านเฉดสี)
- GIF พัฒนาโดย Compuserve สามารถใช้งานข้ามระบบได้ เป็นไฟล์ต่ำ มีคุณสมบัติคือทำพื้นที่ของ ภาพเป็น Transparent ได้ มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเป็นจำนวนมาก
- PNG ไฟล์ภาพประเภทนี้จะเป็นการรวมเอาข้อดีของไฟล์ภาพประเภท JPEG + GIF รวมกัน คือ แสดงสีได้เยอะ สามารถทำงานข้ามระบบได้ ทำพื้นหลังโปร่งใสได้ ขนาดไฟล์มีขนาดเล็ก มีความ คมชัดดีกว่า แต่มีข้อเสียอยู่คือมีโปรแกรมสนับสนุนในการสร้างน้อย
- Raw จะคล้าย TIFF ส่วนมากไฟล์ประเภทนี้จะอยู่ในกล้อง DSLR
- TIFF เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ ปัจจุบันไม่นิยม
จบการเรียนการสอนของอาจารย์อินทิราเข้าสู่ช่วงปฎิบัติของอาจารย์ขวัญ วันนี้เริ่มต้นเรียนโดยอาจารย์ให้โหลดโปรแกรม picasa ซึ่งโปรแกรมตัวนี้เป็นเครือข่ายของ google สามารถตกแต่งรูปภาพ ทำเป็นภาพยนตร์ได้ การใช่งานก็ไม่ยุ่งยาก ซึ่งสำหรับตัวหนูเองก็เคยลองใช้มาก่อนแต่แค่ลองค่ะ อิอิ ยังไม่เก่ง วันนี้อาจารย์ก็ให้ทดลองแต่งภาพด้วยโปรแกรมตัวนี้และอัพโหลดลงบล็อก
บรรยากาศการเรียนวันนี้สนุกสนานค่ะ เนื้อหาบรรยายไม่มากเกินไป เรียนปฎิบัติก็สบายๆ มีเวลาพัก ทำให้ไม่เครียดค่ะ วันนี้การเรียนราบรื่นดีค่ะ สนุกสนานกับการแต่งภาพ (ชอบโดยส่วนตัวค่ะ) แล้วเจอกันชั่วโมงหน้านะค่ะ
วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
แก้ไขรูปภาพด้วยโปรแกรม ACDsee
แก้ไขรูปภาพด้วยโปรแกรม ACDsee
โดยนางสาวภารตี หนูสังข์ 5210602320
-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-
Befor
After
วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Journals2
Journals
รายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน อังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย นางสาวภารตี หนูสังข์
รหัสนิสิต 5210602320
........................................................................................................
สวัสดีค่ะอาจารย์ขวัญและอาจารย์อินทิรา ครั้งที่ 2ของการเรียน ครั้งนี้เราไม่เจอกันค่ะเนื่องจากว่า วันนี้ดิฉันไม่สบาย เลยไม่ได้ไปเรียน(ส่งใบลาย้อนหลังนะค่ะ) อนุทินวันนี้ก็คงไม่มีอะไรจะเขียน แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งงานไปเลย(แอบเข้าข้างตัวเองว่าตั้งใจ อิอิ) แอบเข้าไปดูอนุทินของเพื่อนๆ ดูคนแรกเลยของบอย อ่านแล้วก็ทำความเข่าใจไปด้วย แล้วก็มาอ่านของอีกคน ของตาลค่ะ ตาลอธิบายขั้นตอนของการใช้โปรแกรม Jing ได้ดีมาก ซึ่งโปรแกรมนี้ดิฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ดูงานของตาลที่ทำแล้ว ยอมรับเลยว่าเพื่อนคนนี้ตั้งใจทำมากแล้วก็ต้องขอบคุณตาลด้วยที่เขียนอนุทินให้ออมแอบเข้าไปอ่านจนเข้าใจ
ในส่วนของเนื้อหาการบรรยายของอาจารย์อินทิรา ดิฉันก็ได้ศึกษาจากอนุทินของเพื่อนอีกเช่นกัน และได้ดูคลิปวิดีโอแล้วค่ะ จะทำความเข้าใจอีกครั้งถ้าติดขัดอย่างไรจะไปถามอาจารย์อีกทีนะค่ะ
สำหรับการเรียนครั้งนี้เสียดายมากที่ไม่ได้เข้าเรียน แต่ครั้งหน้าอาจารย์จะได้เจอดิฉันแน่นอนค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Journals1
Journals
รายวิชา การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน อังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย นางสาวภารตี หนูสังข์
รหัสนิสิต 5210602320
........................................................................................................................
ครั้งแรกกับการเรียนการสอนอย่างจริงจัง วันนี้เริ่มต้นด้วยการเรียนบรรยายกับอาจารย์อินทิรา ในช่วง 8.30-10.00 น. ซึ่งหัวข้อแรกที่เรียนในวันนี้คือ สื่อ ความหมายของสื่อ
ความหมายของสื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทาง ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน
ประเภทของสื่อ แบ่งตามคุณลักษณะ
- สื่อประเภทวัสดุ เช่น สไลด์ แผ่นใส เอกสาร ตำรา
- สื่อประเภทอุปกรณ์ เช่น ของจริง หุ่นจำลอง
- สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีการ เช่น การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การฝึกปฎิบัติงาน
- สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ เช่นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง สื่อทีอาศัยไฟฟ้าเป็นตัวนำ บันทึกสารสนเทศด้วยวิธีการทางอิเล็กททรอนิกส์
ความสำคัญของสื่อการเรียนการสอน ช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจ อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ช่วยให้นักเรีนมีประสบการณ์มากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาในการเรียนการสอน ช่วยให้เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อสารได้ตรงกัน เป็นต้น
จากนั้นอาจารย์ก็ได้พูดถึง social network ต่างๆ เริ่มต้นตั้งแต่ Facebook เป็นโปรแกรมที่นิสิตทุกคนรู้จักและใช้งานเป็น จากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้เพิ่มชื่อของอาจารย์เข้าร่วมเป็นเพื่อน และได้แนะนำเกี่ยวกับsocial network อื่นๆอีกมากมาย เช่น myspace / twitter / linked in / classmas
จบในส่วนบรรยายก็มาเริ่มต่อกันที่ส่วนของอาจารย์ขวัญ ซึ่งเป็นการเรียนปฎิบัติ อาจารย์เริ่มต้นการสอนโดยการให้นิสิตสมัครสมาชิก Gmail หลังจากนั้นส่งชื่อ-สกุล , e-mail ที่สมัคร , ความคาดหวังในวิชานี้เข้าเมลอาจารย์ หลังจากนั้นเราก็มาสร้าง Blogอาจารยืสอนให้นิสิตรู้จักกับบล๊อก การใส่บทความลงในบล๊อก การออกแบบบล๊อก แล้วก็มีงานที่ต้องทำส่งในบล๊อกสองชิ้นด้วยกันคือ อนุทิน ครั้งนี้แล้วงานหัวข้อ social network
บรรยายกาศในการเรียนการสอนวันนี้ดูค่อนข้างวุ่นวายนิหน่อยในช่วงเริ่มต้นแต่เมื่อเริ่มต้นการบรรยายเพื่อนๆก็ตั้งใจเรียนกันดีค่ะ ดูสนุกกับการทำบล๊อกในตอนเรียนปฎิบัติ สำหรับข้าพเจ้าเองรู้สึกว่าการเรียนวันนี้สนุกมากค่ะ ดีใจที่ได้เรียนกับอาจารย์ขวัญอีกครั้ง
วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Social Network
Social Network คือ อะไร
Web2.0 เค้าจะเรียกกันว่า “Social Networking” ซึ่ง Social Networking นี้.... เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบของสังคมประเภทหนึ่ง ที่มาออนไลน์อยู่บนอินเตอร์เน็ต (หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นสังคมเสมือน “Virtual Communities) หรืออาจจะเรียกว่า Online Community โดยที่สังคมที่เราใช้ ชีวิตตอนนี้จะเรียกว่า Offline (ให้มันคู่กัน)
สังคมดังกล่าว มีการขยายตัวแบบ Network หรือเครือข่าย
สังคมดังกล่าว มีการขยายตัวแบบ Network หรือเครือข่าย
Social Network คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเภทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น
ประเภทของ Social Network
1. Identity Network เผยแพร่ตัวตน
ใช้สำหรับนำเสนอตัวตน และเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ทสามารถสร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อน และสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้
2. Creative Network เผยแพร่ผลงาน
สามารถนำเสนอผลงานของตัวเองได้ในรูปแบบของวีดีโอ ภาพ หรือเสียงเพลง
3. Interested Network ความสนใจตรงกัน
del.icio.us เป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยเป็นการ Bookmark เว็บที่เราสนใจไว้บนอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันให้คนอื่นดูได้และยังสามารถบอกความนิยมของเว็บไซด์ต่างๆได้ โดยการดูจากจำนวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ
Digg นั้นคล้ายกับ del.icio.us แต่จะมีให้ลงคะแนนแต่ละเว็บไซด์ และมีการ Comment ในแต่ละเรื่อง
Zickr ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคนไทย เป็นเว็บลักษณะเดียวกับ Digg แต่เป็นภาษาไทย
4. Collaboration Network ร่วมกันทำงาน คือเป็นการร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์หรือส่วนต่างๆของซอฟต์แวร์
WikiPedia เเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย
ปัจจุบันเราสามารถใช้ Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเอง หรือจะแบ่งปันแผนที่ให้คนอื่นได้ใช้ด้วย จึงทำให้มีสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ต่างๆ ถูกปักหมุดเอาไว้ พร้อมกับข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ไว้แสดงผลจากการค้นหา
5. Gaming/Virtual Reality โลกเสมือน
6. Peer to Peer (P2P)
P2P เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง Client (เครื่องผู้ใช้, เครื่องลูกข่าย) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงได้นำหลักการนี้มาใช้เป็นโปรแกรมสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และก็มี BitTorrent เกิดขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
ประโยชน์ของ Social Network
ประการแรก เราสามารถใช้เว็บเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อความต่างๆ ไม่ว่าของตนเองหรือขององค์กรออกไปยังคนกลุ่มหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดแต่อย่างใด บางคนก็เรียกเป็นกลยุทธ์ปากต่อปาก หรือ Viral Marketing ที่เมื่อเราโพสต์ข้อความบางประการลงไปในเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้ คนจำนวนมากที่เป็น "เพื่อน" ของเราหรือติดตามเราอยู่ ก็จะได้รับข้อมูลเหล่านั้น และถ้าข้อความดังกล่าวมีความน่าสนใจ ข้อความดังกล่าวก็จะถูกสื่อสารต่อออกไปเรื่อยๆ อย่างเช่น Twitter ของนายกฯ และอดีตนายกฯ ที่ต่างก็พยายามใช้สื่อนี้ในการทำ Viral Marketing อย่างกรณีของอดีตนายกฯ นั้น ก็เขียนไว้ใน Twitter ของตนเองว่า "เมื่อวานนี้ได้รับสิทธิทำลอตเตอรี่ในอูกานดาเพื่อนำรายได้มาคัดเด็กเก่งๆ ส่งไปเรียนต่างประเทศบางคนก็จะส่งมาเรียนในไทย รวมทั้งส่งเสริมฟุตบอลด้วย" ในขณะที่ Twitter ของนายกฯ ปัจจุบัน ก็เขียนไว้ว่า "เปิดตัวเว็บไซต์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีไทย และเพิ่มช่องทางสื่อสารใหม่ของประชาชนผ่านทาง " ซึ่งเชื่อว่านักข่าวก็ติดตาม Twitter ของบุคคลทั้งสอง เพื่อที่จะได้เผยแพร่นำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชนอีกต่อไป
ประการที่สอง นอกจากจะเป็นสื่อในการส่งข้อความแล้ว เรายังสามารถใช้เว็บสังคมออนไลน์เป็นที่ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับองค์กรที่เราทำงาน เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราใช้ หรือเกี่ยวกับการเมือง ผมเองลองพิมพ์ค้นหาคำว่า Abhisit ลงไปใน Twitter ก็จะเจอความเห็นใน Twitter ของประชาชนทั่วๆ ไปทั้งในเชิงบวกและลบเกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมของท่านนายกฯ หรือพอพิมพ์คำว่า McDonald ลงไปใน Twitter ก็จะเจอความเห็นเกี่ยวกับสินค้าของ McDonald อยู่เต็มไปหมด ดังนั้น ถ้าใช้ให้ดีๆ แล้วสังคมออนไลน์เหล่านี้ จะกลายเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งไม่ช้าไม่นาน องค์กรต่างๆ ก็คงต้องหาคนมาคอยเฝ้าเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้ เพื่อคอยสืบและติดตามข่าวเกี่ยวกับองค์กรตนเองข้อดีของ Social Network
- สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้
- เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้ง คำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว
- เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น
- ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
- ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
ข้อเสียของ Social Network - ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
- เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
ลวง ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
- เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network Service เป็นสื่อ
ในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น
จริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กำหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มี
ตัวตนได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










