วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Journals 5

Journals

รายวิชา         การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน                 อังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย               นางสาวภารตี  หนูสังข์                                                  
รหัสนิสิต        5210602320
 
................................................................................................
                    
สวัสดีค่ะอาจารย์ ทำไมวันนี้อากาศในห้องร้อนนะค่ะ เเอร์เสียรึเปล่า เพื่อนบ่นในเฟตแต่ไม่บอกอาจารย์ อิอิ หนูเลยมาบอกในนี้ค่ะ
วันนี้เริ่มต้นการเรียนด้วยการบรรยายของอาจารย์อินทิรา ในหัวข้อ วิวัฒนาการสื่อ            
วิวัฒนาการสื่อ
จากเครื่องพิมพ์จากจีนàโทรเลขàวิทยุàทีวี àคอมพิวแตอร์ยุคเก่าàคอมพิวเตอร์ยุคใหม่(ยุคปัจจุบัน)àSocial media
จากนั้นก็ดูวิดีโอวิวัฒนาการสื่อเช่นกัน แต่ในวิดีดอเค้าจะอธิบายละเอียดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มีผลงานชิ้นใดสำคัญ แต่หนุไม่เก่งภาษาอังกฤษ ฟังไม่ทัน แปลไม่ออกค่ะ อิอิ
ต่อมาเป็นเรื่อง สื่อประสม สื่อที่พัฒนาและนำเสนอด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ เสียง  และอาจมีระบบโต้ตอบ
องค์ประกอบของ Multimedia
                                ข้อความ
                                รูปภาพ
                                ภาพเคลื่อนไหว
                                Fash animation
                                Sound เสียง แอฟแฟ็คต่างๆ
โปรแกรมที่เกี่ยวข้องในการผลิต Multimedia เช่น flash  photoshop FlipAlbum illustrator เป็นต้น
และเมื่อจบการสอนอาจารยืก็มีงานให้นิสิตทำสองชิ้นคือ
-หาประโยชน์ของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
-หาวิดีโอตัวอย่างการสอนใช้โปรแกรม ที่ใช้ในการผลิตสื่อมัลติมีเดีย ใน youtube บอก
ชื่อ โปรแกรม เป็นโปรแกรมที่ใช้ทำอะไร ในวิดีโอสอนทำอะไร พร้อมทั้งบอกแหล่งอ้างอิง
                งานทั้งสองชิ้นส่งลงบล็อก หนุทำเสร็จเรียบร้อยไม่เกินเวลาค่ะ

ส่วนที่สองเป็นส่วนของการเรียนปฏิบัติ วันนี้อาจารย์ขวัญ  ให้ทำ scratch
โปรแกรม Scratch เป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบของกราฟิก ลากแล้ววาง อาจมีการกำหนดค่าบ้างเล็กน้อย นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่าย สนุกสนานกับการเรียนรู้สามารถสร้างชิ้นงานได้หลากหลายตามความต้องการหรือตามจินตนาการ เช่น การสร้างการเคลื่อนไหว สร้างเป็นเรื่องราว สร้างเกม หรือด้านดนตรีตลอดจนงานศิลปะ
อาจารย์ก็ให้นิสิตทำงานแล้วอัพลงบล็อกอีกเช่นเคย ค่ะ
การเรียนในวันนี้ดูเบาๆค่ะ แต่หนูว่ามันไม่เบาเลย เพราะงานมันคงหนัก มาก บรรยากาศในห้องเรียนดู ครึ้กครื้นค่ะ เรียนกันอย่างสนุกสนานค่ะ ชอบบรรยากาศแบบนี้จริงๆ

งาน scratch

งาน scratch dance

Scratch Project

http://scratch.mit.edu/projects/aomiezcool/1474601

วิดีโอตัวอย่างการสอนใช้โปรแกรมที่ใช้ในการผลิตสื่อมัลติมีเดีย ใน youtube

Adobe Flash CS3 - Motion Guides


ชื่อโปรแกรม :  Adobe flash cs3


เป็นโปรแกรมที่ใช้ทำ : ภาพเคลื่อนไหว flash animation


ในวิดีโอสอนทำอะไร : สอนทำ flash animation แบบ  Motion Guides


Motion Guides within Flash CS3 allow you to create dynamic paths for your animation to follow within your Flash project. In this short tutorial, author Bill Dallas Lewis presents the use of Motion Guide as well as best practices for using them within Flash CS3. This tutorial is taken from a full length training DVD presented by My Digital Works entitled Adobe Flash CS3 - Crash Course.


อ้างอิง : Adobe Flash CS3 - Motion Guides โพสโดย mydigitalworks
               url : http://www.youtube.com/watch?v=5RacXqogWXI&feature=related

ประโยชน์ของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

ประโยชน์ของมัลติมีเดียทางการศึกษา

1.
เทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบบทเรียน ตอบสนองต่อแนวคิด และทฤษฎีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดียว่า สามารถช่วยเสริมการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นได้

2. สื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอม ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก และสามารถทำสำเนาได้ง่าย



3. สื่อมัลติมีเดียเป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความต้องการ และความสะดวกของตนเอง สามารถสร้างสถานการณ์จำลอง จำลองประสบการณ์ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง


4. ในปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน (Authoring Tools) ที่ง่ายต่อการใช้งานทำให้บุคคลที่สนใจทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้


5. ผู้สอนสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อสอนเนื้อหาใหม่ เพื่อการฝึกฝน เพื่อเสนอสถานการณ์จำลอง และเพื่อสอนการคิดแก้ปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นประการสำคัญ รูปแบบต่างๆ ดังกล่าวนี้จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ และรูปแบบการคิดหาคำตอบ

6. สื่อมัลติมีเดียช่วยสนับสนุนให้มีสถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเรียน เท่านั้น ผู้เรียนอาจเรียนรู้ที่บ้าน ที่ห้องสมุด หรือภายใต้สภาพแวดล้อมอื่นๆ ตามเวลาที่ ตนเองต้องการ


7. เทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดีย สนับสนุนให้เราสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียกับผู้เรียนได้ ทุกระดับอายุ และความรู้ หลักสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนเท่านั้น


8. สื่อมัลติมีเดียที่มีคุณภาพ นอกจากจะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนของโรงเรียน หรือหน่วยงานแล้ว ความก้าวหน้าของระบบครือข่าย ยังช่วยส่งเสริมให้การใช้สื่อมัลติมีเดียเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาอื่นๆ อีกด้วย

slideshare Role Model

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Journals 4

Journals

รายวิชา         การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน                 อังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย               นางสาวภารตี  หนูสังข์                                                  
รหัสนิสิต        5210602320
 
......................................................................................................
 
สวัสดีค่ะอาจารย์ ขวัญ และอาจารย์ อินทิรา เรียนเช้าอีกเช่นเคยนะค่ะ
เริ่มการเรียนด้วยบรรยายในส่วนของอาจารย์อินทิรา เช่นเคยค่ะเรื่องในการเรียนวันนี้ คือ เทคนิคในการผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ส่วนที่เรียนเป็นหัวข้อ Microsoft  powerpoint
Microsoft  powerpoint คือ โปรแกรมหนึ่งใช้ในการนำเสนอคล้ายฉายสไลด์ นำเสนอ ข้อความ รูปภาพ เครื่องหมาย แผนภูมิ กราฟ วิดีโอ เสนอภาพเคลื่อนไหว
ลักษณะงานนำเสนอที่ดี
                  มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน
  มีรูปแบบที่เหมาะสม
                  เนื้อหาสาระดี-เนื้อหาเพียงพอ
                  มีข้อเสนอที่ดี-คนสามารถเปรียบเทียบได้
ข้อควรคำนึงถึงในการนำเสนอ
                 มีองค์ประกอบและโครงสร้าง
                 เรียบง่าย
                 อ่านง่าย
                 ชัดเจน
                 ภาพประกอบ ใช้เมื่อจำเป็น ใส่แล้วดึงความสนใจไปไหม และภาพควรเป็นภาพที่เกี่ยวกับเนื้อหา และควรตรวจสอบไวยากรณ์ให้ถูกต้อง
สิ่งที่ไม่ควรมีมากเกินไป
                                จำนวนแผ่น
                                ข้อความต่อแผ่นไม่มาก เอาแค่หัวข้อหลัก
                                ศัพท์เทคนิค ศัพท์ภาษาต่างประเทศ
ในสไลด์
มีเรื่องหลักเรื่องเดียวในหนึ่งแผ่น
                                วางแผ่นในแนวนอนเสมอ
                                ฉากหลังไม่ควรเป็นภาพเคลื่อนไหวหรือลายตา
                                ตัดคำออกไม่ให้เสียเนื้อความ
การใช้ฟอนต์
เลือกแบบเดียวไม่ใช้มากกว่าสองแบบ
                                ขนาดของ bullet แรกไม่ควรเล็กกว่า 28
จิตวิทยาของสีที่มีผลต่ออารมณ์
                                สีแดง     - ให้ความรู้สึกอันตราย เร่าร้อน รุนแรง อุดมสมบูรณ์
                                สีส้ม       - ให้ความรู้สึกสว่าง เร่าร้อน ฉูดฉาด
                                สีเหลือง                 - ให้ความรู้สึกสว่าง สดใส สดชื่น ระวัง
                                สีเขียว    -  มีความรู้สึกงอกงาม พักผ่อน สดชื่น            
                                สีน้ำเงิน                 - ให้ความสงบ ผ่อนคลาย สง่างาม ทึม
                                สีม่วง      - ให้ความรู้สึกหนัก สงบ มีเลศนัย
                                สีน้ำตาล                - ให้ความรู้สึกเก่า หนัก สงบเงียบ
                                สีขาว      - ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ สะอาด ใหม่
                                สีดำ        - ให้ความรู้สึกหนักหดหู่
                                สีทองเงิน- แสดงถึงความรู้สึกมั่นคง
                                สีดำขาว - รู้สึกกดดัน
                                สีเขียวแก่ - สลดรั้นทดใจ ชรา
อย่าใช้ฟอนต์สีเข้มบนพื้นสีเข้ม
อย่าใช้ฟอนต์สีอ่อนบนสีอ่อน
อย่าใส่พื้นสีเข้มบนห้องมืด
แสงจากฉากหลังสีขาว มีพลังงานมากกว่า แสงจากสีเข้ม
สีที่ตรงข้ามกันแสดงถึงความแตกต่าง
สีที่คล้ายกันแสดงถึงความเหมือนกัน

อาจารย์ก็ให้ลองเข้าไปในwww.slideshare.net เพื่อดู ตัวอย่างppt
และใน google ดูในการค้นหาขั้นสูง
                ส่วนการปฏิบัติวันนี้อาจารย์ขวัญได้ให้ทำงาน โดยการอัพงานนำเสนอ และรูปภาพ ไปไว้ในบล็อก โดยใช้ เว็บไซด์ http://photopeach.com/ และ http://www.slideshare.net/
                บรรยากาศในการเรียนวันนี้รู้สึกว่าเรียนไปเรื่อยๆแบบไม่เร่ง ทำให้ไม่เครียด สนุกสนานกับการเล่นโปรแกรมที่อาจารย์แนะนำมาค่ะ
                เจอกันวันอังคารหน้านะค่ะ

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Journals 3

Journals

รายวิชา         การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน                 อังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย               นางสาวภารตี  หนูสังข์                                                  
รหัสนิสิต        5210602320
-------------------------------------------------------------------------------------------------
                    
                      สวัสดีค่ะอาจารย์ เช้านี้อากาศดีมากค่ะ แต่ว่าวันนี้หนูซวยตอยเช้าค่ะ ตอนเดินไปเรียนส้นรองเท้าดันหักซะงั้น แง้ๆๆ แทบร้องค่ะ เพื่อนแอบแซวว่าต้องลดน้ำหนักซะแล้ว อิอิ เข้าเรื่องเรียนกันดีกว่าค่ะ
                      วันนี้เริ่มต้นเรียนกับอาจารย์อินทิราเช่นเดิม ความรู้ที่ได้วันนี้ คือ
                      ประเภทของรูปภาพ ภาพกราฟฟิกแบบ Raster Bitmap  เกิดจากการเรียงตัวของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆหลายๆสีที่เรียกว่า Pixel  เมื่อขยาย ลด อาจจะเห็นภาพแตกเป็นสี่เหลี่ยม และ ภาพแบบ Vector  เหมาะกับการใช้งานด้านกราฟฟิกและงานด้านการพิมพ์ เกิดจากการอ้างความสัมพันธ์ทาวงคณิตศาสตร์  ภาพประเภทนี้เมื่อทำการขยายแล้วจะไม่แตก เพราะมีความละเอียดสูง
                      ค่าความละเอียดของสี  RGB color ที่ประกอบด้วย Red Green และก็ Blue ซึ่งมีทั้งหมด 16 ล้าน เฉดสี สามารถนำไปใช้ในงานพิมพ์ต่างๆ งานด้านภาพยนตร์ และต่อมาคือ CMYK color CMYK (Cyan Magenta Yellow key) ซึ่งใช้กับหมวดงานสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ และสีอาจไม่สดใส เท่ากับโหมด RGB
                      รูปแบบไฟล์ภาพ                     
                      - BMP เป็นไฟล์มาตรฐานของ Windows                     
                      - JPEG  ขนาดภาพเล็ก เก็บข้อมูลสีได้ถึงระดับ 24 bits/pixel (16 ล้านเฉดสี) 
                      - GIF  พัฒนาโดย Compuserve สามารถใช้งานข้ามระบบได้ เป็นไฟล์ต่ำ มีคุณสมบัติคือทำพื้นที่ของ 
 ภาพเป็น Transparent ได้ มีโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเป็นจำนวนมาก                     

                      - PNG  ไฟล์ภาพประเภทนี้จะเป็นการรวมเอาข้อดีของไฟล์ภาพประเภท JPEG + GIF รวมกัน คือ   แสดงสีได้เยอะ สามารถทำงานข้ามระบบได้ ทำพื้นหลังโปร่งใสได้ ขนาดไฟล์มีขนาดเล็ก มีความ  คมชัดดีกว่า  แต่มีข้อเสียอยู่คือมีโปรแกรมสนับสนุนในการสร้างน้อย
                      - Raw  จะคล้าย TIFF ส่วนมากไฟล์ประเภทนี้จะอยู่ในกล้อง DSLR
                      - TIFF เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ ปัจจุบันไม่นิยม 
                      จบการเรียนการสอนของอาจารย์อินทิราเข้าสู่ช่วงปฎิบัติของอาจารย์ขวัญ วันนี้เริ่มต้นเรียนโดยอาจารย์ให้โหลดโปรแกรม picasa ซึ่งโปรแกรมตัวนี้เป็นเครือข่ายของ google สามารถตกแต่งรูปภาพ ทำเป็นภาพยนตร์ได้ การใช่งานก็ไม่ยุ่งยาก ซึ่งสำหรับตัวหนูเองก็เคยลองใช้มาก่อนแต่แค่ลองค่ะ อิอิ ยังไม่เก่ง     วันนี้อาจารย์ก็ให้ทดลองแต่งภาพด้วยโปรแกรมตัวนี้และอัพโหลดลงบล็อก 
                      บรรยากาศการเรียนวันนี้สนุกสนานค่ะ เนื้อหาบรรยายไม่มากเกินไป เรียนปฎิบัติก็สบายๆ มีเวลาพัก ทำให้ไม่เครียดค่ะ วันนี้การเรียนราบรื่นดีค่ะ สนุกสนานกับการแต่งภาพ (ชอบโดยส่วนตัวค่ะ) แล้วเจอกันชั่วโมงหน้านะค่ะ               

travel



สถานที่ท่องเที่ยว เกาหลี สวยๆ คลิกที่รูปเพื่อดูแบบเต็มๆได้เลยค่ะ

picasa travel

ตกแต่งภาพโดย โปรแกรม picasa


Posted by Picasa

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แก้ไขรูปภาพด้วยโปรแกรม ACDsee

แก้ไขรูปภาพด้วยโปรแกรม ACDsee
โดยนางสาวภารตี  หนูสังข์  5210602320 

-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-

Befor


After

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Journals2

Journals

รายวิชา         การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน                 อังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย               นางสาวภารตี  หนูสังข์                                                  
รหัสนิสิต        5210602320

........................................................................................................
                      
                       สวัสดีค่ะอาจารย์ขวัญและอาจารย์อินทิรา ครั้งที่ 2ของการเรียน ครั้งนี้เราไม่เจอกันค่ะเนื่องจากว่า วันนี้ดิฉันไม่สบาย เลยไม่ได้ไปเรียน(ส่งใบลาย้อนหลังนะค่ะ) อนุทินวันนี้ก็คงไม่มีอะไรจะเขียน แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งงานไปเลย(แอบเข้าข้างตัวเองว่าตั้งใจ อิอิ) แอบเข้าไปดูอนุทินของเพื่อนๆ ดูคนแรกเลยของบอย อ่านแล้วก็ทำความเข่าใจไปด้วย แล้วก็มาอ่านของอีกคน ของตาลค่ะ ตาลอธิบายขั้นตอนของการใช้โปรแกรม Jing ได้ดีมาก ซึ่งโปรแกรมนี้ดิฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ดูงานของตาลที่ทำแล้ว ยอมรับเลยว่าเพื่อนคนนี้ตั้งใจทำมากแล้วก็ต้องขอบคุณตาลด้วยที่เขียนอนุทินให้ออมแอบเข้าไปอ่านจนเข้าใจ
                       ในส่วนของเนื้อหาการบรรยายของอาจารย์อินทิรา ดิฉันก็ได้ศึกษาจากอนุทินของเพื่อนอีกเช่นกัน และได้ดูคลิปวิดีโอแล้วค่ะ จะทำความเข้าใจอีกครั้งถ้าติดขัดอย่างไรจะไปถามอาจารย์อีกทีนะค่ะ
                       สำหรับการเรียนครั้งนี้เสียดายมากที่ไม่ได้เข้าเรียน แต่ครั้งหน้าอาจารย์จะได้เจอดิฉันแน่นอนค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Journals1

Journals

รายวิชา         การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับครูธุรกิจและคอมพิวเตอร์ศึกษา
วัน                 อังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2553
โดย               นางสาวภารตี  หนูสังข์                                                  
รหัสนิสิต        5210602320

........................................................................................................................

                       ครั้งแรกกับการเรียนการสอนอย่างจริงจัง วันนี้เริ่มต้นด้วยการเรียนบรรยายกับอาจารย์อินทิรา ในช่วง 8.30-10.00 น. ซึ่งหัวข้อแรกที่เรียนในวันนี้คือ สื่อ ความหมายของสื่อ
                       ความหมายของสื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทาง ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน
                       ประเภทของสื่อ แบ่งตามคุณลักษณะ
                             - สื่อประเภทวัสดุ เช่น สไลด์ แผ่นใส เอกสาร ตำรา
                             - สื่อประเภทอุปกรณ์ เช่น ของจริง หุ่นจำลอง
                             - สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีการ เช่น การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การฝึกปฎิบัติงาน
                             - สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ เช่นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
                        สื่ออิเล็กทรอนิกส์  หมายถึง  สื่อทีอาศัยไฟฟ้าเป็นตัวนำ  บันทึกสารสนเทศด้วยวิธีการทางอิเล็กททรอนิกส์
                        ความสำคัญของสื่อการเรียนการสอน   ช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจ  อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น  ช่วยให้นักเรีนมีประสบการณ์มากขึ้น  ช่วยแก้ปัญหาในการเรียนการสอน  ช่วยให้เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อสารได้ตรงกัน เป็นต้น
                        จากนั้นอาจารย์ก็ได้พูดถึง  social network ต่างๆ เริ่มต้นตั้งแต่ Facebook เป็นโปรแกรมที่นิสิตทุกคนรู้จักและใช้งานเป็น จากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้เพิ่มชื่อของอาจารย์เข้าร่วมเป็นเพื่อน และได้แนะนำเกี่ยวกับsocial network อื่นๆอีกมากมาย เช่น myspace  /  twitter  /  linked in  /  classmas
                         จบในส่วนบรรยายก็มาเริ่มต่อกันที่ส่วนของอาจารย์ขวัญ ซึ่งเป็นการเรียนปฎิบัติ อาจารย์เริ่มต้นการสอนโดยการให้นิสิตสมัครสมาชิก Gmail   หลังจากนั้นส่งชื่อ-สกุล , e-mail ที่สมัคร , ความคาดหวังในวิชานี้เข้าเมลอาจารย์  หลังจากนั้นเราก็มาสร้าง Blogอาจารยืสอนให้นิสิตรู้จักกับบล๊อก การใส่บทความลงในบล๊อก การออกแบบบล๊อก แล้วก็มีงานที่ต้องทำส่งในบล๊อกสองชิ้นด้วยกันคือ อนุทิน ครั้งนี้แล้วงานหัวข้อ social network
                         บรรยายกาศในการเรียนการสอนวันนี้ดูค่อนข้างวุ่นวายนิหน่อยในช่วงเริ่มต้นแต่เมื่อเริ่มต้นการบรรยายเพื่อนๆก็ตั้งใจเรียนกันดีค่ะ ดูสนุกกับการทำบล๊อกในตอนเรียนปฎิบัติ สำหรับข้าพเจ้าเองรู้สึกว่าการเรียนวันนี้สนุกมากค่ะ ดีใจที่ได้เรียนกับอาจารย์ขวัญอีกครั้ง  

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Social Network

Social Network คือ อะไร
Web2.0 เค้าจะเรียกกันว่า “Social Networking”  ซึ่ง Social Networking นี้.... เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบของสังคมประเภทหนึ่ง ที่มาออนไลน์อยู่บนอินเตอร์เน็ต (หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นสังคมเสมือน “Virtual Communities) หรืออาจจะเรียกว่า Online Community โดยที่สังคมที่เราใช้ ชีวิตตอนนี้จะเรียกว่า Offline (ให้มันคู่กัน) 
                สังคมดังกล่าว มีการขยายตัวแบบ Network หรือเครือข่าย
Social Network คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น
ประเภทของ Social Network
1. Identity Network   เผยแพร่ตัวตน

ใช้สำหรับนำเสนอตัวตน และเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ทสามารถสร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อน และสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้
2. Creative Network  เผยแพร่ผลงาน       

สามารถนำเสนอผลงานของตัวเองได้ในรูปแบบของวีดีโอ ภาพ หรือเสียงเพลง
3. Interested Network    ความสนใจตรงกัน      

del.icio.us เป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking  โดยเป็นการ Bookmark เว็บที่เราสนใจไว้บนอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันให้คนอื่นดูได้และยังสามารถบอกความนิยมของเว็บไซด์ต่างๆได้ โดยการดูจากจำนวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ
   Digg  นั้นคล้ายกับ del.icio.us แต่จะมีให้ลงคะแนนแต่ละเว็บไซด์ และมีการ Comment ในแต่ละเรื่อง
   Zickr ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคนไทย เป็นเว็บลักษณะเดียวกับ Digg แต่เป็นภาษาไทย
4. Collaboration Network   ร่วมกันทำงาน คือเป็นการร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์หรือส่วนต่างๆของซอฟต์แวร์

WikiPedia เเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย
 ปัจจุบันเราสามารถใช้ Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเอง หรือจะแบ่งปันแผนที่ให้คนอื่นได้ใช้ด้วย จึงทำให้มีสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ต่างๆ ถูกปักหมุดเอาไว้ พร้อมกับข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ไว้แสดงผลจากการค้นหา
5. Gaming/Virtual Reality  โลกเสมือน



6. Peer to Peer (P2P)

P2P เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง Client (เครื่องผู้ใช้, เครื่องลูกข่าย) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงได้นำหลักการนี้มาใช้เป็นโปรแกรมสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และก็มี BitTorrent เกิดขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์


ประโยชน์ของ Social Network
ประการแรก  เราสามารถใช้เว็บเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อความต่างๆ ไม่ว่าของตนเองหรือขององค์กรออกไปยังคนกลุ่มหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาดแต่อย่างใด บางคนก็เรียกเป็นกลยุทธ์ปากต่อปาก หรือ Viral Marketing ที่เมื่อเราโพสต์ข้อความบางประการลงไปในเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้ คนจำนวนมากที่เป็น "เพื่อน" ของเราหรือติดตามเราอยู่ ก็จะได้รับข้อมูลเหล่านั้น และถ้าข้อความดังกล่าวมีความน่าสนใจ ข้อความดังกล่าวก็จะถูกสื่อสารต่อออกไปเรื่อยๆ อย่างเช่น Twitter ของนายกฯ และอดีตนายกฯ ที่ต่างก็พยายามใช้สื่อนี้ในการทำ Viral Marketing อย่างกรณีของอดีตนายกฯ นั้น ก็เขียนไว้ใน Twitter ของตนเองว่า "เมื่อวานนี้ได้รับสิทธิทำลอตเตอรี่ในอูกานดาเพื่อนำรายได้มาคัดเด็กเก่งๆ ส่งไปเรียนต่างประเทศบางคนก็จะส่งมาเรียนในไทย รวมทั้งส่งเสริมฟุตบอลด้วย" ในขณะที่ Twitter ของนายกฯ ปัจจุบัน ก็เขียนไว้ว่า "เปิดตัวเว็บไซต์ประจำตัวนายกรัฐมนตรีไทย และเพิ่มช่องทางสื่อสารใหม่ของประชาชนผ่านทาง " ซึ่งเชื่อว่านักข่าวก็ติดตาม Twitter ของบุคคลทั้งสอง เพื่อที่จะได้เผยแพร่นำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชนอีกต่อไป
                ประการที่สอง นอกจากจะเป็นสื่อในการส่งข้อความแล้ว เรายังสามารถใช้เว็บสังคมออนไลน์เป็นที่ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับองค์กรที่เราทำงาน เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราใช้ หรือเกี่ยวกับการเมือง ผมเองลองพิมพ์ค้นหาคำว่า Abhisit ลงไปใน Twitter ก็จะเจอความเห็นใน Twitter ของประชาชนทั่วๆ ไปทั้งในเชิงบวกและลบเกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมของท่านนายกฯ หรือพอพิมพ์คำว่า McDonald ลงไปใน Twitter ก็จะเจอความเห็นเกี่ยวกับสินค้าของ McDonald อยู่เต็มไปหมด ดังนั้น ถ้าใช้ให้ดีๆ แล้วสังคมออนไลน์เหล่านี้ จะกลายเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งไม่ช้าไม่นาน องค์กรต่างๆ ก็คงต้องหาคนมาคอยเฝ้าเว็บสังคมออนไลน์เหล่านี้ เพื่อคอยสืบและติดตามข่าวเกี่ยวกับองค์กรตนเอง
              ข้อดีของ Social Network
               สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในสิ่งที่สนใจร่วมกันได้
               - เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ หรือตั้ง                   คำถามในเรื่องต่างๆ เพื่อให้บุคคลอื่นที่สนใจหรือมีคำตอบได้ช่วยกันตอบ
              - ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น สะดวกและรวดเร็ว
  - เป็นสื่อในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและแสดงความคิดเห็น
             - ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสำหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
             - ช่วยสร้างผลงานและรายได้ให้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหม่ๆ ขึ้น
          ข้อเสียของ Social Network
             -  เว็บไซต์ให้บริการบางแห่งอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หากผู้ใช้บริการไม่ระมัดระวังในการกรอกข้อมูล อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำมาใช้ในทางเสียหาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
                     -  Social Network เป็นสังคมออนไลน์ที่กว้าง หากผู้ใช้รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดวิจารณญาณ อาจโดนหลอก
                ลวง ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการนัดเจอกันเพื่อจุดประสงค์ร้าย ตามที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
                    -  เป็นช่องทางในการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ขโมยผลงาน หรือถูกแอบอ้าง เพราะ Social Network Service เป็นสื่อ
               ในการเผยแพร่ผลงาน รูปภาพต่างๆ ของเราให้บุคคลอื่นได้ดูและแสดงความคิดเห็น
                   -  ข้อมูลที่ต้องกรอกเพื่อสมัครสมาชิกและแสดงบนเว็บไซต์ในรูปแบบ Social Network ยากแก่การตรวจสอบว่า 
               จริงหรือไม่ ดังนั้นอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่กำหนดอายุการสมัครสมาชิก หรือการถูกหลอกโดยบุคคลที่ไม่มี 
               ตัวตนได้

                                                                                                                                                                                                                                                                     
ขอบคุณที่มา